2007/Oct/01

เหอๆ ห่างหายกันไปเสียนาน>< ในที่สุด ก็ผ่านพ้นการสอบไปได้ด้วยดีTTwTT ดีจายย งิ้งๆๆ แง่มๆ แล้วกว่าจะเค้นตัวเองให้อัพได้ โอ้วว

--------------------------------------------------------------------

Reload นัดที่ 8 เหยี่ยวกระพือปีก

เร็ว!!! ยิงมัน คุ้มกันท่านผู้นำ

เสียงตะโกน เสียงระเบิด และกลิ่นดินปืน ช่างเป็นนิยามแห่งสงครามอันน่ารื่นรมย์เสียเหลือเกิน หากแต่ มันคงหมดสนุกเมื่อเหยื่อที่คาดหมายไว้ของพญาเหยี่ยว กลับกลายเป็นเพียงหนูตัวน้อยๆที่ไร้ทางต่อกร รอกรงเล็บให้ฝังลงบนร่างอย่างง่ายดาย

พวกแกมันก็แค่นี้แหละ ท่าทาง ด้านมิโร่คงมีอะไรสนุกๆกว่านี้น้ำเสียงกลั้วหัวเราะของชายหนุ่มผู้หนึ่ง ที่หลบอยู่บนผาสูงอันเป็นสูตรสำเร็จของตำรับตำราพิชัยสงครามแต่สมัยโบราณ ทั้งจาก สามก๊ก ยอดกุนซือขงเบ้ง หรือแม้กระทั่งความพ่ายแพ้ของนโปเลียน ก็มาจากความคิดง่ายๆ

เจ้าของนาม ซางะ เพชฌฆาตเวหา บรรจุกระสุนปืนคู่ใจทั้งสี่กระบอกอย่างรวดเร็ว เสียงกระสุนนับสิบๆลูกที่ตรงมายังที่กำบัง ไม่อาจทำให้เขาไขว้เขว หรือตกใจเลยแม้แต่น้อย

จะให้ออกไปดวลเลยก็พอไหวอยู่หรอก หนอยเจ้ามิโร่ เล่นไล่ต้อนตัวหัวโจกแล้วปล่อยพวกสวะให้เราเนี่ยนะ เฮ้อ เอาเหอะ แต่คงต้องอาศัยกลยุทธ์ซักนิด ใช้ ไอ้นั่นแล้วกันร่างโปร่งจัดแจงรวบผมสีน้ำเงินเข้มไว้ลวกๆ ปืนทั้งสี่กระบอกถูกสวมใส่ด้วยปลอกหนังที่เหน็บไว้กับต้นขา กระดุมชุดสูทประจำตำแหน่งถูกปลดออก เผยให้เห็นเสื้อเชิ้ตสีขาวที่ชุ่มโชกด้วยเหงื่อท่ามกลางความร้อนของทะเลทราย

เสียดายเป็นบ้า...

เพื่อความมั่นคงของชาติ ถึงยังไง เราคงต้องขอความร่วมมือจากคุณนั่นแหละ มิสเตอร์ นาวาทีนอฟโทรศัพท์เปิดไมค์โครโฟนที่มีระบบเชื่อมโยงไปทั่วทั้งกระทรวง ตั้งอยู่ภายในห้องของผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในประเทศ หากแต่คนยิ่งใหญ่และทรงอำนาจเช่นเขา กลับต้องขอความช่วยเหลือจากผู้ที่เขาเคยตราหน้าว่า เป็นสวะสังคมนอกกฎหมาย

ร่างสูงเดินย่ำเท้าไปมาบนพรมลายธงชาติในห้อง ที่มีดาวทั้ง 50 ดวง ล้อมรอบนกอินทรีทองคำงามสง่าที่ในกรงเล็บมีลูกธนู และ กิ่งพฤกษาอยู่

หึ ท่านประธานาธิปดีครับ ตัวของท่านนั้นเป็นดั่งพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ของประชาชน ใยมาขอความร่วมมือจากปีศาจเยี่ยงตัวกระผมกันละครับ?เสียงนุ่มไม่มีท่าทีจริงจังเลยสักนิด ดูราวกับหยอกล้อหยามเหยียดเสียมากกว่า ทำให้เขาถึงกับกุมขมับ

...ชิ เจ้ามาเฟียถ่อยไร้ที่ไปเอ้ย แกจะทำปากดีได้ก็แค่ตอนนี้แหละ

เรื่องนั้นนะ... ช่างมันก่อนเถอะ เพราะผมคงต้องจ้างวานให้คนของคุณช่วยแล้วละ

ถึงจะเจ็บใจที่ต้องร้องขอพวกที่เขาเองก็เคยเกณฑ์กำลังพลไล่ล่า หากกลับต้องเสียคนไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ต้องจำยอม เพื่อประชาชนและพลเรือนในประเทศที่ยิ่งใหญ่นี้ ถึงจะต้องขอความร่วมมือจากปีศาจร้ายก็ตามที

ก็ได้นะครับ ถ้าท่านมีเงินพอที่จะจ่ายให้ผม แต่มันขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการคนไหน ไปจัดการเรื่องนี้ ก่อนที่มันจะแดงขึ้นมานะครับ ยังไง ผมจะส่งไฟล์ข้อมูลของพวกเขาพอสังเขป พร้อมประวัติการทำงานไปให้ก็แล้วกันน้ำเสียงทีเล่นทีจริง ที่ยังคงราบเรียบไม่ทุกข์ร้อน ของหัวหน้าองค์นักล่าอิสระ ที่กำลังยั่วโทสะของผู้นำประเทศเป็นว่าเล่น

รายนามของเหล่านักฆ่ามือฉกาจ ที่มีเพียงฉายาและตราสัญลักษณ์ประจำตัว พร้อมประวัติการทำงานอันโชคโชน พร้อมอาวุธประจำตำแหน่งและความสามารถถูกส่งไปให้เลือกพร้อมสรรพ

ท่านนี่ช่างเป็นคนที่โชคดีจริงๆเลยนะครับเนี่ย โดยทั่วไปแล้ว ผู้ว่าจ้างของเรา ต้องมาติดต่อที่สำนักงานเอาเอง แต่นี่ผมยอมเปิดเผยข้อมูลของเด็กๆที่น่ารักภายใต้การดูแลถึงขนาดนี้ ท่านคงตัดสินใจได้นะครับชายผู้สูงวัยนั่งเอกเขนกอยู่บนเก้าอี้นวมสีเลือดนกในห้องทำงานที่อยู่บนชั้นสูงสุดของที่ทำการใหญ่องค์กรฮันเตอร์ที่เก่งกาจ กำลังเอานิ้วม้วนเส้นผมสีเขียวสดของตัวเองเล่นอย่างสบายใจ

งั้น...สามคนนี้ก็แล้วกัน ประวัติการทำงานน่าเชื่อถือใช้ได้

ใช้ได้หรอครับ ไม่ใช่หรอก พวกเขานั้นยอดเยี่ยมกว่าที่จะชมเชยด้วยคำว่าพอใช้ได้นะครับ แล้ว...ท่านต้องการให้เด็กๆของกระผมทำงานอะไรรึครับ?

ตอนนี้ คุณก็น่าจะรู้เรื่องดีนี่นา มิสเตอร์นาวาทีนอฟ ชิออน เรื่องของกองกำลังหัวรุนแรงที่กำลังซ่องสุมกำลังพลเพื่อตระเตรียมก่อความไม่สงบในสหราชอาณาจักรของเรา ก็เพื่อการข่มขวัญประชาชน เมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งมีการจลาจลเกิดขึ้นเช่นกัน คาดว่าจะเป็นฝีมือของกลุ่มดังกล่าว อยากจะให้ช่วยขุดรากถอนโคนให้หน่อยก็เลย...

จ้างให้พวกกระผมไปจัดการรับงานลอบสังหารหัวหน้ากลุ่มหัวรุนแรงสินะครับ? ท่านประธานาธิปดีอดีตมือขวาหัวหน้าแก๊งมาเฟียรัสเซียที่เลื่องลือไปทั่วร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ เมื่ออดีตนานมาแล้วชิงดักคอตัดหน้าขึ้นก่อน

อืมม ฉลาดสมเป็นคุณจริงๆ แค่นี้ผมก็เบาใจ ในเมื่อรู้แล้วคงไม่ต้องอธิบายอะไรให้มากความร่างของผู้ที่สูงด้วยวัยทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้ประจำตำแหน่ง ก่อนหันเก้าอี้หมุนออกไปมองยังนอกหน้าต่าง ยังตัวเมืองอันแสนศิวิไลซ์ ของมหาอำนาจของโลกในปัจจุบันด้วยความกังวลว่า ประเทศนี้อาจจะเกิดความเดือดร้อนในยุคปกครองของตน

แต่ผมไม่ทำงานให้ท่านฟรีๆหรอกนะครับท่าน เพราะผมเอง ก็ต้องการความแน่นอนว่า หากเด็กๆที่รักของผมเป็นอะไรไป ผมจะมีเงินพอดูแลรักษาเขา ทั้งค่าอุปกรณ์ ค่ากระสุน และค่าทำขวัญบวกกับค่าเหนื่อยให้กับพวกเขาอีก

ไหนคุณลองว่าราคามาสิ

มันไม่น้อยเลยนะครับ ก็ท่านเล่นจองตัวของ 2 ใน 6 ขุนพลแห่งองค์กรไปแบบนี้...

คุณก็ว่ามาสิครับ ยังไงรัฐบาลก็ยินดีจ่าย หากมันจะช่วยรักษาความมั่นคงของพวกรา และชีวิตของประชาชนหมู่มากเอาไว้ได้

งานลอบสังหารหัวหน้ากลุ่มหัวรุนแรงที่ชายแดน...งานนี้ไม่ง่ายเท่าไหร่ แต่คงทำให้เด็กๆของผมได้เลือดเดือดเนื้อเต้นกันบ้าง เอาเป็นว่า...ในเมื่อทางท่านยินดีจ่าย ทางผมก็ยินดีรับงาน ไว้จะส่งใบเรียกเก็บเงินไปให้ก็แล้วกันนะครับ อ้อ ผมต้องขอมัดจำไว้ก่อน...ซัก 13 ล้านก็แล้วกัน

ราคาที่ทำเอาของผู้นำประเทศมหาอำนาจถึงกับแทบสะอึก ด้วยราคาค่าตัวแค่เพียงมัดจำ อะไรจะมากมายขนาดนี้

13!!! นี่คุณ!!! คุณจะขูดรีดงบประมาณของประเทศกันเกินไปรึปล่าว คุณยังเป็นชนชาติอเมริกาอยู่รึปล่าวครับเนี่ย

ท่านน่าจะรู้นี่ครับ ผมไม่ได้มีสายเลือดผูกพันหรือเกี่ยวดองกับเหล่าชาวอเมริกันที่รักของท่านแม้แต่น้อย ท่านอย่าลืมสิ ว่ากำพืดของผมนะ เป็นอะไร...อีกอย่าง พวกผมไม่คิดเข้ากับข้างไหนทั้งนั้น ทั้งพวกอาชยากร หรือแม้แต่รัฐบาลอย่างพวกท่าน ถ้าจ่ายเรื่องก็จบ ถ้าไม่จ่าย ท่านก็จบเหมือนกันนั่นแหละครับ ท่านคิดได้เมื่อไหร่ก็ติดต่อกลับมาก็แล้วกัน...ผมจะรอคำตอบของท่านนะครับ...ตรู้ดดดดดบทสนทนาถูกตัดจบลงด้วยหูโทรศัพท์ที่ถูกวาง จนกระตุ้นให้ท่านประธานาธิปดีแห่งแดนนกอินทรีถึงกับเลือดขึ้นหน้า

เส้นเลือดตรงขมับของเขาเต้นตุบๆ ด้วยโทสะจริตที่โลดแล่นอยู่ภายใน

หนอยย เจ้าอดีตสุนัขรัสเซียรับใช้มาเฟียแก๊งสวะเอ้ย มาทำตัวเป็นผู้บงการจอมเผด็จการที่นี่ มันจะมากเกินไปแล้วนะฝ่ามือใหญ่หยาบของชายสูงวัยตบผัวะลงบนโต๊ะทำงานอย่างหัวเสียจนน้ำในแก้วบนโต๊ะถึงกับกระฉอก

แต่ท่านครับ เรื่องนี้เกี่ยวพันถึงประชาชนและชาติอเมริกานะครับ

ถ้าอย่างไรเสีย เราลองทำดีกับมันสักนิด สันดารของพวกมาเฟียนะ มันกั๊กแต่ผลประโยชน์อยู่แล้ว ถ้าหากเราทำประโยชน์ให้พวกมันได้มากกว่าพวกอาชยากรรมในเมืองได้ละก็ พวกมันอาจหันมาสนับสนุนเราก็ได้นะครับ อีกอย่าง เรื่องค่าใช้จ่าย อย่างน้อยพวกนั้นก็ทำให้เราไม่ต้องสูญเสียทรัพยากรของประเทศ และกำลังทหาร เงิน 13 ล้านดอลล่าห์ เราก็คงต้องจำจ่าย เพื่อว่าภายหน้า เราจะได้ไม่ต้อสูญเสียชาวอเมริกาไปโดยใช่เหตุ ให้ชาวต่างชาติอย่างพวกมันจัดการแทนดีกว่านะครับ

มันก็จริง ในยามที่เป็นมิตร มันเป็นผู้ที่พึ่งได้ แต่หากยามใดที่ต้องประมือละก็ คงเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดอีกหนึ่งของประเทศเราก็เป็นได้...อีกอย่าง หากส่งวีรบุรุษขี่ม้าขาวเยี่ยงชนชาติอเมริกัน พวกสัตว์ร้ายย่อมรู้ตัวและหนีหายไปหมด หากแต่ส่งพวกมันไป ยังไงๆ สุนัขก็ย่อมได้กลิ่นสุนัขด้วยกันอยู่แล้ว"

2007/Sep/20

มุ้งงิๆ ใกล้จาสอบแหล่ว=[]= เลยไม่ว่างเลย หัวกะลังมึนตะลื้บตึ้บๆ

แล้วก็ ปัญหาอีกอย่างของฟิกเร่องนี่ จนทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่ก็คือ

ตัวละครเยอะ จนกระจายบทได้ลำบาก และทำให้คิดเมนหลักของเรื่องได้ยาก ก็เลย ขอยกคนๆหนึ่ง มารับบทประเอก แลอีกหนึ่ง คือพระรอง แต่ไม่ต้องเสียใจไป คนอื่นๆก็ยังมีบทบาทให้มาโลดแล่นกันไม่ขาดตกบกพร่องแน่ๆ

แต่ที่หาคนมารับบทพระเอกเนี่ย ก็แค่ว่ จะไดดำเนินเรื่องได้สะดวกหน่อย

และพระเอกคนนั้น...คือ

........

.....................

....................................

(ไม่ต้องบอกก็รู้มั้งว่าอีนี่มันแม่ยกใคร)

คามิวนั่นเอง=w=

และพระรอง แน่น้อน ศิษย์เอก เฮียวกะคุง

ส่วนตัวประกอบ(ที่แสนจะโดดเด่น)ตัวอื่นๆก็ยังคงมีบทบาทกันต่อไปนั่นเอง

2007/Aug/01

ตอบเม้น

nunun : เหอๆๆ ตอนนี้ออกจะเลือดๆไปหน่อยอ่านะคะ=w=

Stamp : ดีใจมากเลยนะคะที่มีคนชอบ เหอๆๆ ปกติชอบปืนเป็นทุนเดิมอยู่แล้วอ่านะคะ เลยจับเหล่าเซนท์มาเป็นกันแมนเสียเลย เหอๆๆ

Maywz : แหม พี่มายะนี่ละก้อ =w= เค้าเรียกมอบโอกาสให้เด็กด้อยโอกาสตะหาก เหอๆๆ แต่ส่วนใหญ่แล้ว พวกในองค์กรท่านย่าก็เก็บมาชุบมือเปิบ เอ้ย ชุบเลี้ยงทั้งนั้นแหละคะ

Eriz : ไงๆก็ ขอบใจมากมายนะที่เจียดเวลาทำการบ้านอันมีค่ามาอ่านฟิกพี่ ซึ้งTT^TT

Pallas : จะสอบลก็เรื่องสอบ เอ้ยไม่ช้ายย เค้าเรียกว่า ขอระบายเครียดหน่อยนึง หึๆๆ

Moondrop : เอ คามิวนี่ เจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนเรกจี้เลยนะเนี่ย แต่คามิวโชคดีกว่า ตรงที่ท่านย่าตามใจ ^^ แต่ก้ต้องมีขอบเขตนั่นแล อีกอย่าง มันก้อยู่ในรายนามที่ต้องเก็บอยู่แล้วนี่เนอะ อืมๆ

ซังโกะ & โมโมทาโร่ : เหอๆ เม้นสั้นตามเคยนะหนู=w= แต่ขอบใจมากๆเลยนะที่ติดตามอ่านตลอด

Zuna : ไม่แปลกหรอกคะ =w= นามิยังเคยจับพวกมันมาวายเอง ทำเอามองหน้าแทบไม่ติดไปหลายวัน เอิ้กๆๆ แล้วคามิวนักฆ่าของซึนะจังเป็นยังไงเนี่ย>w< โพสต์ URL ให้ไปตามอ่านกันบ้างสิเคอะ><

เหม่ย : เอ่อ...เรื่องนี้ไม่มีเมะเคะนะจ๊ะ=w= แต่คามิวมันก็นะ เคะโฉดจริงๆนั่นแหละ แต่จะจิ้นวายกัน ข้าน้อยไม่ถือขอรับ><

อ่า หลังจากที่อ่านเร้ดบาร์รเลกันชนิดเข้มข้นมานาน เรามาอ่านอะไรที่มันแหวกแนวกันบ้างดีกว่า กลัวคนอ่านเครียดตายก่อน=w= เลยเอาเรื่องพิเศษ ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องหลัก หรือเป็นเรื่องราวคู่ขนาน ก็แล้วแต่วิจารณญาณของผู้อ่านที่รักของนามิทุกท่าน

ในตอนนี้ เราจะมาดู เรื่องราวความรักของนักล่าหนุ่มกันบ้าง

แหม พี่มูนดรอปรอมานาน ลงซะทีนึง เอ้า><

Part one : The Lady

ถ้าดูจากรูปลักษณ์ภายนอกนั้น ผมเอง ก็คงไม่แตกต่างไปจากคนส่วนใหญ่เท่าไหร่นักหรอก เพราะผม ก็ดูเหมือนหนุ่มพนักงาน หรือมนุษย์เงินเดือนตามปกติ

แต่ที่จริงแล้ว ผมเป็นนักล่า หรือมือสังหารระดับผู้บริหารระดับสูงเชียวนะ จะบอกให้ แต่ฟังแล้วอย่าเพิ่งตกใจว่าผมเป็นนักฆ่าเลือดเย็นไร้หัวใจไปเสียก่อนละ

ผมมีความลับจะบอกให้ว่า...

ผมนะ มีคนรัก

ผมตกหลุมรักหล่อนชนิดโงหัวไม่ขึ้นตอนออกมาเดินเตร่ในช่วงว่างงาน เมื่อ 3 ปีที่แล้ว หล่อนเป็นสาวบริษัท เป็นผู้หญิงที่ น่ารัก อ่อนหวาน แต่เธอก็ไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนแอ ผมละนับถือเธอเลย จะเรียกว่าเป็นสาวเปรี้ยวผู้น่ารักก็ได้นะ

เธอชื่อ แคทรา วินเทอร์...

ในคืนที่ยังคงคร่าคล่ำไปด้วยผู้คนท่ามกลางแสงสีของเมืองใหญ่แห่งนี้ ก็ไม่แตกต่างจากคืนอื่นๆที่ผ่านมาซักเท่าไหร่นัก แต่คืนนี้ เป็นคืนที่สำคัญที่สุดของผมเลยก็ว่าได้

คุณจะถามว่า คืนนี้ผมได้รับงานให้ไปลอบสังหาร หรือเป็นนกต่อพวกก่อค้ายาเสพติดค่าตัวแพงหูฉีกละก็ ผิดถนัด วันนี้ งานที่ผมจะทำ ไม่ได้ถูกใครอื่นว่าจ้าง แต่เป็นใจของผมเองที่เป็นนายจ้าง งานของผม เริ่มต้นในร้านอาหารหรูหราร้านหนึ่งนั่นเอง

เสียงไวโอลินและกลิ่นหอมหวนของไวน์รสเลิศที่เสิร์ฟพร้อมอาหารที่ล้วนแล้วแต่ปรุงแต่งจากวัตถุดิบคุณภาพสูงทั้งนั้น ชายร่างสูงในชุดสูทสีขาวตัวเก่งกำลังนั่งตบเท้าไปมา โครงหน้าหล่อเหลาได้รูปราวเทพบุตรนั้นกำลังจับจ้องไปยังประตูร้านที่ข้างนอกมีฝนตกพรำๆ ด้วยห่วงว่า เธอคนนั้น จะไม่สบายเอา

ดวงตาสีเขียวสดสว่างใสจับจ้องยังหน้าปัดนาฬิกาข้อมือ ที่เข็มยาวชี้ว่า ขณะนี้ ได้เลยเวลานัดมาถึง 10 นาทีแล้ว

แต่ไม่ว่าจะนานแค่ไหน หากเป็นคำสัญญาของเธอว่าจะมา ยังไง เธอก็ต้องมา

เสียงกระดิ่งทองเหลืองสั่นไกวราวประกาศให้เขารู้ว่า ว่าที่เจ้าสาวของเขา ได้มาถึงแล้ว

ร่างบอบบางในชุดราตรีสีดำยาวเลยเข่า ที่เปิดไหล่ขาวเนียน ไข่มุกสีขาวขับผิวนุ่มเนียนละเอียดสีชมพูสวยให้ดูโดดเด่น ดวงตาสีฟ้าสดใสจับจ้องมายังชายหนุ่ม

ขอโทษนะคะมู บังเอิญว่ารถติดไปหน่อย ชั้นเลยมาถึงช้าดวงหน้างามที่ล้อมกรอบใบหน้าด้วยเส้นผมสีน้ำตาลยาวสลวยที่ปล่อยยาวระถึงกลางหลัง ชายหนุ่มลุกขึ้นเพื่อขยับเก้าอี้เหล็กดัดสีดำปูเบาะนุ่มนิ่ม ให้หล่อนได้นั่งอย่างสมเป็นสุภาพบุรุษ

ว่าแต่ มูคะ ทำไมคุณถึงชวนชั้นมาทานอาหารที่ร้านแพงๆอย่างงี้ละคะ ถึงนานๆเราจะได้มาทานอาหารด้วยกันก็ แต่ไม่จำเป็นที่จะต้องมาร้านขนาดนี้เลยนิคะ

ไม่มีอะไรมากหรอก ผมก็แค่ อยากให้คุณมาทานอาหารกับผมที่ร้านนี้เท่านั้นเอง สั่งอะไรทานก่อนก็ได้นะ แคทมือที่ใหญ่กว่าและหยิบยื่นเมนูให้หล่อน อาหารราคาพุ่งเป็นหลักร้อยดอลล่าห์ ทำเอาเธอแทบจะพูดไม่ออกเลยว่าจะสั่งอะไร ด้วยเกรงจะรบกวนชายอันเป็นที่รักของหล่อน

ขอไวน์ขาวที่ดีที่สุด ให้ผมกับคุณผู้หญิงสักขวดนะออเดอร์ที่ทำเอาหญิงสาวถึงกับสะดุ้ง เมื่อราคาของมันพุ่งถึงหลายร้อยดอลล่าห์ ที่เงินเดือนของพนักงานบริษัทธรรมดาสามัญอย่างเธอต้องสู้ไม่ไหวเป็นแน่ แต่สีหน้าของชายหนุ่มกลับไม่ทุกข์ร้อนอะไรแม้แต่น้อย

ด้วยเขาไม่จำเป็นที่จะต้องวิตกกังวลในเรื่องของค่าใช้จ่ายส่วนตัวเลยแม้แต่น้อย เพราะงานแต่ละงานของเขา มีค่าตัวที่มากพอจะซื้อทั้งรถทั้งบ้านได้ตามชอบใจ หรืออพาร์ทเม้นท์ทั้งหลังได้เลยทีเดียว

ขณะที่นักดนตรีกำลังบรรเลงเพลงหวานซึ้งนุ่มหูรับบรรยากาศเย็นๆ และสายฝนที่โปรยปรายในค่ำคืน เห็นลางๆเป็นแสงสีละลานตาที่กระจกหน้าร้าน

ถึงในคืนนี้ จะมีงานอะไรเข้ามา หรือมีค่าหัวมากมายรอผมอยู่ แต่เขามีสิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องทำก่อนสิ่งอื่นใดทั้งมวล...

แคท...เสียงทุ้มนุ่มลึกของชายหนุ่ม ที่ทั้งชีวิตไม่เคยแม้แต่จะสนใจในเรื่องความรักระหว่างหญิงชาย กลับมาตกหลุมรักดรุณีแน่งน้อยที่น่ารักคนนี้จนโงหัวไม่ขึ้น ไม่น่าเชื่อว่า คนอย่างเขา ที่ไม่เคยลิ้มรสความรักความอบอุ่น ได้แต่จมปลักอยู่ในคาวเลือดจนมันกลายเป็นสิ่งที่น่ารื่นรมย์ไปเสียแล้ว กลับได้รับการโอบอุ้มจากมือน้อยๆนี้

แต่ก็ยังกลัว กลัวว่าเธอจะรู้...

รู้ถึงตัวจริงของผมนั้น ช่างน่ากลัว และ มืดมน เธอคงหวาดกลัว แต่ยังไง วันนี้ ผมต้องบอกกับเธอให้ได้ว่า...

คะ จะสั่งอะไรเพิ่มหรอคะมู?เธอเงยหน้าจากจานอาหาร ก็ต้องสบกับใบหน้าที่กลับกลายจากสบายๆแปรเปลี่ยนเป็นจริงจังของชายหนุ่ม

ดวงตาสีเขียวมีแววตามาดมั่น มือใหญ่ที่กำกันอย่างหลวมๆวางอยู่บนโต๊ะ และบีบเข้าหากันเบาๆ เรียวนิ้วที่เคยพรากชีวิตผู้อื่นมามากมายจนไต่เต้าขึ้นอย่างรวดเร็วและได้เป็นถึงนักล่าระดับผู้บริหารชั้นสูง เอื้อมไปกำรอบข้อมือเล็กและบอบบางเบาๆ

มันช่างต่างกันเหลือเกิน...ผมกับเธอนั้น ต่างกันมากๆ...

ผม ที่ในใจมีแต่สีเทาและกลิ่นซากศพนับร้อยที่กองเกลือนกลาดรอบกาย กับความเย็นชาและเลือดเย็นดั่งปีศาจร้าย

กลับยอมสยบให้กับร่างเล็กๆตรงหน้า ที่เต็มไปด้วยความอ่อนหวาน อ่อนโยน ราวดอกไม้ในมือยักษา ที่อสูรร้ายยินยอมพร้อมใจ พลีกายวายชีวาเพื่อบุปผาดอกน้อยดอกนี้ได้

มือใหญ่กอบกุมมือเล็กๆนั้นไว้เบาๆ ราวกับกำลังประคองนกน้อย ที่กลัวว่า หากกำมากเกินไป ปักษาน้อยๆนี้ จะตายไป แต่หากกำหลวมเกินไป ก็กลัวว่ามันจะประพือปีกหายไปเสียก่อน

ก่อนจะคลายมือออก แล้วหยิบเอากล่องใบน้อยที่บุผ้ากำมะหยี่สีแดงสด ประดับด้วยโบว์สีขาว

มันอาจจะเร็วไปซักหน่อย แต่ว่า แคทครับ...ได้โปรด...ตะๆๆ...แต่ง อะเอ่ออ แต่งงานกับผมนะเสียงตะกุกตะกัก กับใบหน้าจริงจังที่เริ่มอ่อนลง พร้อมสีแดงซ่านบนใบหน้าที่ร้อนฉ่า เพราะทั้งชีวิต ได้รู้จักเพียงแค่ ไม่ฆ่า ก็ถูกฆ่า กงจักรแห่งโลกใบนี้ หมุนวนอยู่แค่การฆ่า กับ ฆ่า เพื่ออยู่รอดต่อไปบนโลกที่ต้องดิ้นรน จะตายรึจะรอด กำลังนั้นเป็นตัวตัดสิน

แต่นับจากวันที่ได้พบเธอ ชีวิตของผมก็เปลี่ยนไป ได้เรียนรู้ความรัก ความอ่อนโยน จากที่มีเพียงการผู้แข็งแกร่งกำจัดผู้อ่อนแอ ได้เรียนรู้ว่า ผมยังสามารถเป็นผู้แข็งแกร่ง ที่ปกป้องผู้อ่อนแอ อันเป็นที่รักได้

มู มู มูคะเสียงหวานใสเรียกชายหนุ่มให้หลุดจากภวังค์ ทันทีที่เค้าเงยหน้าขึ้น ความคิดแรกคือ

...เธอจะปฏิเสธเรารึปล่าวนะ? ...

ความคิดที่ว่า เธอจะอยากมีอิสระ อยากจะใช้ชีวิตของเธอให้เต็มที่มากกว่านี้ ทั้งๆที่ทำใจมาแล้วแท้ๆ แต่กลับ ใจเต้น และกลัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนเลย

แต่กลับกัน สิ่งที่เห็นทันทีที่สบมองดวงหน้ารูปไข่งามแชล่ม กลับยิ้มมาทางเขาอย่างอ่อนหวานในแบบฉบับของเธอ ในแบบที่ มองกี่ที เค้าก็รู้สึกชื่นใจ...

มูคะ คุณนี่ก็ เล่นพูดแบบนี้ สาวๆที่ไหนเค้าก็ต้องตกใจเป็นธรรมดาแหละคะ เอาเป็นว่า ชั้นจะให้คุณมาช่วยเติมเต็มชีวิตของชั้นก็แล้วกัน"

มู

มู มูเอ้ย

....เฮ้ย มู

........ ไอ้มู!!! ยังอยู่รึปล่าววะเนี่ย

มือใหญ่ๆเคาะลงไปบนหัวราวกับกำลังเคาะประตูบ้าน เพื่อเรียกเจ้าของบ้าน ซึ่งในที่นี้คือ สติสตังของนักล่าคนเก่งกลับมา

เจ้ามูมันไปกินยาไม่เขย่าขวด หรือขี้ดินปืนอุดเต็มก้านสมองกันแน่เนี่ย กลับมาจากโดดงานเมื่อคืนนี้ก็เป็นงี้มาเลยนะเนี่ยไอโอเรียยืนกอดอก ขณะที่มิโร่พยายามเคาะ ประตูบ้าน ของ อารีเอส มู ที่กำลังถอดจิตล่องลอยไปหาที่แห่งใดซักแห่งที่ไกล~ แสนไกลและดูท่าจะยังไม่กลับ

ฮะๆๆ ไอโอเรียเอ้ย ดูท่าทาง แกจะยังโตแต่ตัวจริงๆนั่นแหละเสียงของซาจิทาเรียส ไอโอรอส

ที่ถึงแม้ไอโอเรียจะมียศสูงกว่าพี่ชาย แต่เขาก็ยังให้ความเคารพยำเกรงในฐานะของพี่ชาย และครูที่ฝึกสอนเขามา

หมายความว่าไงครับ พี่ไอโอรอส?

ก็เจ้ามูมันกำลังมีความรักนะสิ ก็พวกเราอยู่ในองค์กร มีแต่ผู้ชายล้วนๆ ยกเว้นพวกพนักงานบางคนที่เข้ามาอาศัยเพื่อขอความคุ้มครอง ก็เหมือนอยู่แค่ในโลกฮันเตอร์อย่างเราๆนั่นแหละ ดูท่าทาง...จะไปกระโดดตกลงหลุมรักใครซักคนเข้าแน่ๆ แถมหลุมใหญ่ซะด้วย ชนิดที่ว่า ลงไปแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้กลับมาอีก

พี่รอส มูมันไม่ได้ตกไปในหลุมดำนะ ที่ว่าปีนกลับมาไม่ได้อีกเนี่ย...

แต่สำหรับนักล่าอย่างเรา ถึงไม่ได้บัญญัติไว้เป็นกฎ แต่ก็ไม่ควรมีความรักนะ เพราะว่า มันอาจจะทำให้เราตาย เพราะใจอ่อนเกินไปก็เป็นได้...

ไว้รออ่านช่วงสองนะเคอะ><